ข่าวสารและกิจกรรม

15 พฤษภาคม 2560

ทาทา มอเตอร์ส เดินหน้าพร้อมส่งผลิตภัณฑ์ใหม่ลงตลาด มุ่งมั่นเป็นผู้ผลิต และ จำหน่ายรถเพื่อการพาณิชย์ครบทุกประเภท

บริษัท ทาทา มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด แจ้งผลการดำเนินธุรกิจสำหรับปีงบประมาณที่ผ่านมา หรือในช่วงตั้งแต่ 1 เมษายน 2559 ถึง 31 มีนาคม 2560 สามารถสร้างยอดจำหน่ายได้เป็นที่น่าพอใจ ทั้งยอดจำหน่ายในประเทศ และส่งออก โดยในปีงบประมาณที่แล้ว มียอดจำหน่ายรวมทุกรุ่นมากขึ้นกว่าในปีงบประมาณก่อนหน้า 19% ถึงแม้ว่าสภาวะตลาดโดยรวมของประเทศจะค่อนข้างทรงตัวก็ตาม โดยรถกระบะ ทาทา ซีนอน เป็นรุ่นที่ประสบความสำเร็จสูงสุด จากยอดจำหน่ายในประเทศที่เพิ่มขึ้น 38% และการส่งออกที่เพิ่มขึ้น 17% รวมยอดจำหน่าย ทาทา ซีนอน ทั้งหมด 1,398 คัน ซึ่งเป็นผลจากการเปิดตัวรถกระบะ ทาทา ซีนอน 150N-Series หลากหลายรุ่น คือ กระบะ 4 ประตู ขับเคลื่อน 4 ล้อ 150NX-PLORE 4WD กระบะ 4 ประตู ขับเคลื่อน 2 ล้อ 150NX-TREME และ 150NX-PERT กระบะตอนเดียวเพื่อการบรรทุก และกระบะตอนเดียวเพลาเฮฟวี่ดิวตี้ ที่เข้ามาช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า

ในส่วนของรถกระบะรุ่นกะทัดรัดอย่าง ทาทา ซูเปอร์ เอซ มินท์ มียอดจำหน่ายลดลง โดยมียอดจำหน่ายรวม 240 คัน น้อยกว่าในปีงบประมาณที่แล้ว 25% ซึ่งเป็นผลมาจากการส่งมอบรถจากอินเดียมาที่บริษัทฯ มีจำนวนจำกัดในช่วง 3 เดือนของปีงบประมาณ อย่างไรก็ดี เมื่อสินค้ามาถึงพร้อมจำหน่าย บริษัทฯ ได้กระตุ้นยอดขาย โดยปรับราคา ทาทา ซูเปอร์เอซ มินท์ อยู่ที่ 365,000 บาท และ เพิ่มรายการส่งเสริมการขายอื่นๆ ด้วย ทำให้ ซูเปอร์เอซ มินท์ ได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้น โดยเห็นได้จากยอดขายที่เริ่มปรับตัวสูงขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณ

สำหรับกลุ่มรถบรรทุกขนาดกลาง ขนาดใหญ่ บริษัทฯ ได้เปิดตัวรถบรรทุกขนาดกลาง 6 ล้อ ทาทา อัลทรา โดยได้รับการตอบรับทั้งในเขตกรุงเทพปริมณฑล และ พื้นที่ต่างจังหวัดเป็นอย่างดี

เป้าหมายในปีงบประมาณ 2560 – 2561 (1 เมษายน 2560 ถึง 31 มีนาคม 2561) บริษัทฯ ตั้งเป้าการเติบโตที่ 83% แม้ว่าตลาดโดยรวมในประเทศจะเติบโตเพียง 5-6% ก็ตาม เนื่องจากทางบริษัทฯ ยังมีฐานยอดการจำหน่ายที่ไม่สูงนัก จึงทำให้มีพื้นที่ให้เติบโตอีกมาก

สำหรับเป้าหมายการจำหน่ายแต่ละรุ่น จะเป็นดังนี้ รถกระบะ ทาทา ซีนอน ยอดจำหน่ายในประเทศ และส่งออกรวมกันที่ 2,100 คัน แบ่งเป็น 1,800 คัน ในประเทศ และส่งออกจำนวน 300 คัน ส่วน ทาทา ซูเปอร์เอซ มินท์ วางเป้าหมายการจำหน่ายที่ 500 คัน หรือมีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 10% สำหรับกลุ่มรถประเภทนี้ กลุ่มรถบรรทุกขนาดกลาง ทาทา อัลทรา จำนวน 300 คัน และ กลุ่มรถบรรทุกขนาดใหญ่ ทาทา แดวู และ ทาทา ไพรม่า จำนวน 100 คัน

เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายดังกล่าวเราจะมีการประกอบรถกระบะ ทาทา ซีนอน รุ่นใหม่ ที่จะใช้แชสซีส์แบบไฮโดรฟอร์ม เกียร์อัตโนมัติ และพวงมาลัยแบบแร็คแอนด์พิเนียน พร้อมอุปกรณ์อื่นๆ เพิ่มขึ้น และยังมีการประกอบรถ ทาทา ซูเปอร์เอซ มินท์ ในประเทศไทย ประมาณเดือนพฤศจิกายนของปีนี้ บริษัทฯ มีความมั่นใจว่ารถรุ่นใหม่ทั้งสองรุ่น ที่ประกอบในประเทศไทยจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับเรา ทั้งในเรื่องของคุณลักษณะการใช้งาน คุณภาพ และ ราคาที่คุ้มค่า

นอกจากรถกระบะที่จะประกอบในประเทศไทยทั้ง 2 รุ่นนี้แล้ว รถบรรทุก 6 ล้อ ทาทา อัลทรา จะมีการเติมรุ่นย่อยเข้ามาอีก 3 รุ่นให้ครบภายในเดือนกันยายนปีนี้ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าสามารถนำไปใช้งานได้อย่างเหมาะสมกับลักษณะของธุรกิจได้มากยิ่งขึ้น และในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ บริษัทฯ จะเปิดตัวรถบรรทุกขนาดใหญ่ และรถหัวลาก ในตระกูล ทาทา ไพรม่า แบบ 10 ล้อ และ 12 ล้อ มีกำลัง 280 แรงม้า และ 380 แรงม้า ซึ่งเป็นรถบรรทุกที่มีกำลังเครื่องยนต์ที่เหมาะสมตามความต้องการของกลุ่มลูกค้า

ในส่วนของแผนการย้ายสถานที่ประกอบรถยนต์ทาทา จากที่เดิมไปยังโรงงานของ บริษัท บางชันเยนเนอเรลเอเซมบลี จำกัด ในเขตมีนบุรี ได้เริ่มดำเนินการแล้ว โดยบริษัทฯ กำลังขนย้ายเครื่องจักรเพื่อไปติดตั้ง ณ โรงงานแห่งใหม่ และใช้โอกาสนี้ในการปรับปรุง ยกระดับ คุณภาพ และความสามารถในการประกอบรถยนต์ทาทา ซีนอน รุ่นที่จะมีการปรับปรุงใหม่ด้วย (Major Change)

การลงทุนสำหรับไลน์การประกอบรถ ทาทา ซูเปอร์เอซ มินท์ ซึ่งจะแล้วเสร็จในช่วงประมาณเดือนกันยายน 2560 ก็จะเป็นไลน์การประกอบที่สามารถประกอบได้ทั้งแบบ พวงมาลัยขวา (RHD) และ พวงมาลัยซ้าย (LHD)

นายซานเจย์ มิชรา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทาทา มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แม้ว่าผลประกอบการในปีงบประมาณ 2559 ที่ผ่านมา จะต่ำกว่าเป้าหมายที่เราวางไว้บ้าง แต่อย่างไรก็ตามจากยอดจำหน่ายที่สูงขึ้นกว่าปีงบประมาณ 2558 ถึง 19% เป็นตัวเลขที่น่าพอใจ เราได้ปรับปรุงแก้ไขให้ทุกอย่างดีขึ้นในทุกๆ ด้าน และเราก็พร้อมที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริการหลังการขายอยู่ตลอดเวลา เพื่อตอบสนองความต้องการให้กับลูกค้า โดยเป้าหมายของเราคือ การเป็นผู้ผลิต และจำหน่ายรถเพื่อการพาณิชย์แบบครบวงจร (Full Range Trucking Solution Provider) และเราจะเป็นผู้เล่นเพียงรายเดียวที่มีกลุ่มรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ครบในทุกเซกเมนต์ ทำให้เรามั่นใจว่า ในปีงบประมาณใหม่นี้ ด้วยผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ๆ จะทำให้บริษัทฯ แข็งแกร่งขึ้นในตลาดประเทศไทย และจะประสบความสำเร็จในตลาดมากยิ่งขึ้นในปีนี้ และในอนาคต

ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ